2007/Mar/11

เด็ก ป.๑จะสอบพรุ่งนี้ครับ

สอบ ๒ วัน

เป็นกำลังใจให้ด้วยครรับ

ผมนึกย้อนไปตอนผม เรียน ป.๑ ตอนที่ผมจะสอบนั้น วุ่นวายหรือเคร่งเครียด

ซีเรียสอะไรมากขนาดไหน?

ผมพยามนึก แต่จำได้เลา ๆ น่าจะเป็น ป.๔ แล้วล่ะ ต้องไปสอบที่โรงเรียนอื่น

แล้วความสุข ความสนุก นอกจากได้เปลี่ยนบรรยากาศแล้วก็คือ

สถานที่ลึกลับ ซับซ้อนเหมาะแก่การเล่นซ่อนหา (หรือเด็กวันนี้ เรียกว่า ซ่อนแอบ)

ผมเรียนไม่เก่ง หัวทึบ ไม่ค่อยได้ตั้งใจเรียนอะไร?มากเท่าไหร่?

ก็เลยส่งผลกรรมให้ สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้..

ไม่มีวุฒิปริญญาตรี

คอมพิวเตอร์ ไม่ได้ (ในเวลานั้น)

แถมเรื่องมาก เลือกงาน ไม่อดทน

วันนี้ก็เลยยังตกงาน..

........................................สวยเลือกได้.....

ผมไม่มีสิทธิเลือกอะไร?เลยล่ะครับ





























edit @ 2007/03/11 20:20:10

2007/Mar/05

ผมนอนนึกเล่น ๆว่าในชีวิตที่ผ่านมา มีผู้หญิงกี่คนที่เข้ามาในชีวิตผม จะด้วยเรื่องใดก็ตาม...?

ผมนอนนึกเล่น ๆ หลายคนนะ ค่อย ๆนึกไป หายหกตกหล่น ก็ตามกาลเวลา ความสนิทชิดเชื้อและหน้าที่การงาน

จารุวรรณ

เป็นเด็กผู้หญิงที่ผมรู้จักเมื่อเรียนชั้นประถม หน้าตาน่ารัก เสน่ห์ของเธอนอกจากหน้าตาแล้ว..

น้ำเสียงใส ๆไม่เหมือนใคร?

คุณพ่อเธอทำโรงพิมพ์ ถัดจากบ้านผมไปราว ๑ ป้ายรถเมล์ เธอมีน้องชาย ๑ คนผมจำได้แค่นั้น

ผมมักจะเดินจากบ้านแล้วก็ไปมอง ๆหน้าบ้านเธอแล้วก็เดินกลับทุก ๆเย็น

ผมได้เห็นเธอครั้งสุดท้ายก่อนที่จะจบประถมปลาย...

แล้วผมก็ไม่ได้เห็นเธออีกเลย.......................

สุภัทรา

จริง ๆแล้วเป็นเด็กผู้หญิงคนแรกที่เข้ามาในชีวิตผม แต่เนื่องจาก

ตอนนั้นผมไม่มีความรู้สึกพิเศษกับเธอเลย

จนกระทั่งได้รู้จากเพื่อนว่าเธอย้ายมาอยู่ โพธิ์ ๓ ต้นในราวปี พศ.๒๕๒๗

ผมเข้าไปในบ้านเธอ คงด้วยการแต่งตัวแบบฉบับของผมมังครับ

คุณแม่เธอก็เลยมองผมแบบแปลก ๆ..

ผมโทร.ไปซัก ๒-๓ ครั้งไม่ได้เคยเลยที่จะได้พูดกับเธอผมก็เลยไม่ได้โทร.

ไปหาเธออีก...

จูน

เป็นเด็กสาวที่เรียนอยู่ใกล้ ๆกับท่าพระอาทิตย์

ผมติดต่อให้เธอมาช่วยติวและสอนพิเศษวิชา แคลคูลัส ตอนที่ผมเรียนต่อใน

มหาวิทยาลัยเปิด ย่านเมืองทอง

เป็นมิตรภาพข้ามรุ่น ที่เป็นเพียงความทรงจำในวันนี้

ตุ๊ก.ผมเขียนถึงเธอไปแล้วครรับ

โดดไปโดดมาไม่ตามลำดับเหตุการณ์ เท่าที่นึกได้และมีความรู้สึกพิเศษที่

เกิดขึ้น...........................................................................

ผมไม่เคยลืมเลยว่าครั้งหนึ่งที่ผมได้รู้จัก

ผมไม่เคยลืมเลยว่าครั้งหนึ่งผมเคยชอบเธอ

ผมไม่เคยลืมเลยว่าเธอได้ผ่านเข้ามาในชีวิตผม



edit @ 2007/03/05 10:03:35

2007/Mar/04

ความจำเป็นที่ผมต้องโก ๖ เท่าที่นึกได้ก็กลัวจะโดนว่า...

หรือเป็นเรื่องลับจริง ๆ...

บางครั้งก็ตัดปัญหา ? โดยไม่ได้คิดเผื่อว่า อา่จจะมี? ในวันต่อไป

แต่ครั้งนี้ผมรับไม่ได้และพยายามไม่คิดให้มากเรื่อง เมื่อ...

คนใกล้ชิด โกหกต่อหน้าต่อตา....

ไม่ได้โกหกผม แต่โกหก ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายผม.....

ผมไม่ได้ขัดคอ เพราะเดี๋ยวจะเป็นเรื่องใหญ่ แบบไปไม่กลับ...

ผมไม่ได้่ถามทีหลังว่า โกหกทำไม?

ผมพยามคิดว่าเป็นนิสัยส่วนตัวและเป็นเรื่องเคยชินไปแล้วและก็คิดต่ออีกว่า..

.เรื่องที่โกหกไม่ใช่เรื่องใหญ่

อยู่กันมาตั้งจะ ๑๓ ปีแล้วมีอะไร?กันก่อนแต่ง คบกันก่อนแต่งก็ ๔ ปี...

พยายามคิดในทางบวกและไม่คิดมาก

แต่ไม่ได้ มันชวนคิดทุกวันไม่เฉพาะวันใดวันหนึ่ง

ผมพยายามคิดถึงเรื่องที่ผมทำผิดแบบใครก็ไม่รู้ว่า ทำไม?

ก็ต้องใจกว้างมากพอสำหรรับ คนใกล้ชิดขนาดนี้

ตราบใดที่ยังต้องอยู่กันจนกว่าจะตายจากกันไป..สิ่งเดียวที่ทำได้ดีที่สุดคือ..

ทำ...ใจ

คิดย้อนกลับไปหลายเรื่องที่รู้แก่ใ่จว่า โกหก..

เรื่องหนึ่งที่ยังจำได้กับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งผมตามตื๊อและก็โทรไปที่บ้าน ที่บ้านบอกว่าไปทำงาน

พอโทรไปที่ทำงาน ที่ทำงานบอกว่า ลาป่วย

อย่างนี้ผมไม่รู้หรอกว่าตกลงไง? แต่รู้แน่ ๆ ว่า โก..๖

อย่าให้เรื่องที่ต้อง โกหก กลายเป็นเรื่องธรรมดา ..

เคยได้รับคำสั่งสอนจากพระท่านว่า..เมื่อไหร่ที่เราต้องโกหก นั่นคืออย่างน้อยเราโกหกแล้ว ๒ ครั้ง

คือ โกหกกับคนที่เราโกหก และ ๒ คือ แต่งเรื่องโกหกตัวเอง....

นั่นคือต้อง่จำว่า โกหกอะไร?ไป..

อย่างน้อยที่สุดเมื่อได้บันทึกเรื่องนี้ ผมก็สบายใจว่า..

เรื่องนี้ไม่ได้...โก ๖


edit @ 2007/03/05 10:04:43